เลียบนที-ลาทีอัมพวา

posted on 20 Jun 2008 00:56 by kengkadeng in Go-Out, Hot-Post



สืบเนื่องจากอาทิตย์ก่อนไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวามาครับ แต่เนื่องจากภาระกิจ
รัดตัวมากๆ จึงยังไม่ได้อับเรื่องนี้ซักที (เฮ้อ..) ดังนั้นจึงต้องรีบอับเพราะว่า
กลัวมันจะไม่เฟรช(fresh) เห็นมีหลายคนใน exteen ไปเที่ยวอัมพวาเยอะเหมือนกัน

จากชื่อ entry จะแบ่งเป็น 3 ท่อน(ช่วง) ดังนี้คือ เลียบนที + ลาที + อัมพวา

 



1. อัมพวา
"ตลาดน้ำยามเย็น" ถ้าเปิดปั๊กกะตือ*ท่องเที่ยวแล้วจะทราบว่า เมื่อก่อนเมืองอัมพวา
จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม
แต่ระยะหลังถนนหนทางเริ่มเข้าถึง การสัญจรทางน้ำจึงเริ่มลดความสำคัญลง
ตลาดน้ำก็สูญหายไปในที่สุด... และในภายหลังทางเทศบาลและชาวบ้านในท้องถิ่น
ได้ช่วยกันฟื้นฟูตลาดน้ำอัมพวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่ออนุรักษ์ความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำ
จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม

และนี่แหละเป็นที่มาของทริบนี้ครับ "เที่ยวตลาดน้ำอัมพวาและล่องเรือชมหิ่งห้อย"
มันเป็นความตั้งใจของบอสตั้งแต่เริ่มแรกที่อยากจะชวนน้องๆในฝ่ายไปเที่ยวกัน
เพราะนานมากแล้วที่สมาชิกในฝ่ายไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้ ครั้งล่าสุดก็ตอน
ที่ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จังหวัดระยอง(ฮิ) ซึ่งทริปนี้มีสมาชิกทั้งหมด
13 คน (รวมสมาชิกทั้งสาขาแหลมฉบังและสาขาระยอง)

ตลาดน้ำยามเย็นจะมีทุกสุดสัปดาห์ โดยวันศุกร์จะเริ่มตั้งแต่เวลา บ่ายสามไปจนถึง 4 ทุ่ม
ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์นั้น จะเริ่มเร็วหน่อยเริ่มตั้งแต่เที่ยงถึง 4 ทุ่มเช่นกัน

เราออกเดินทางจากชลบุรีตั้งแต่เช้าตรู่ ขับรถมาเรื่อยๆและถึงอัมพวาโดยไม่หลงทาง
เพราะครั้งนี้บอสใหญ่ทำการบ้านมาอย่างดี ศึกษาแผนที่ หาข้อมูลท่องเที่ยว ที่สำคัญยัง
จ่ายตังค์ด้วย โดยบอสใหญ่จ่ายค่าที่พักและอาหาร บอสรอง(1)จ่ายค่ารถตู้ บอสรอง(2)
จ่ายค่าน้ำมัน และที่เหลือสมาชิกฝ่ายเก็บตังค์กันอีกคนละไม่กี่ร้อยบาท งานนี้จึงสบาย
กระเป๋ากันถ้วนหน้าล่ะคร้าบ

ตลาดน้ำโดยทั่วไปมักจะจัดขึ้นในเวลากลางวัน แต่ตลาดน้ำที่อัมพวานี้จะจัดขึ้นในช่วง
เวลาเย็นเรื่อยไปจนถึงเวลาพลบค่ำ จึงได้ชื่อว่า "ตลาดน้ำยามเย็น" ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า
เป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทยที่จัดในลักษณะเช่นนี้


*(ภาษาเหนือแปลว่าคู่มือหรือหนังสือก็ได้)


2. เลียบนที

เมื่อถึงตลาดน้ำอัมพวา สิ่งที่จะพลาดไม่ได้นั่นก็คือต้องถ่ายรูปกับป้าย "ถนนเลียบนที" นั่นเอง
ซึ่งจัดได้ว่าป้ายนี้เป็นตีมของอัมพวาเลยก็ว่าได้ ป้ายเด่นเป็นสง่า อ่านแล้วชวนให้คิดสองแง่สองง่าม
อุอุอุ ป้ายตั้งอยู่หน้าสะพานข้ามระหว่างตลาดน้ำทั้งสองฝั่ง

แม้ตลาดน้ำจะมีสองฝั่งก็จริงแต่ส่วนมากคนจะเดินกันฝั่งตะวันตก เพราะร้านรวงส่วนมากจะอยู่ฝั่งนั้น
และพ่อค้าแม่ค้าก็จอดเรือฝั่งนั้น เพราะมันไม่ร้อน แดดไม่ส่อง ทำให้เป็นไฟต์บังคับที่ต้องเดินข้าม
สะพานไปอีกฝั่ง บนสะพานลมจะพัดเย็นสบาย และจะเห็นวิวตลาดน้ำมุมสูง จึงทำให้เกิดการจรจรติดขัด
เดินไปก็ไม่ได้ และคนอีกฝั่งจะเดินมาก็ไม่ได้ บางคนยืนคุยกันและลังเลว่าจะจะเดินไปทางไหนดี
(เหมือนกันกับผม) บางคนก็ยืนถ่ายรูปป้าย(ถ่ายอยู่นั่นและ ..เหมือนกับผม)บางคนกำลังซื้อของกิน
(เหมือนกันกับผม) อารมณ์ตอนนั้น อยากจะวอนให้เทศบาลสร้างสะพานอีกซักสามอันและสร้างให้มัน
กว้างนี้อีกซักหน่อย (อืม..แต่ถ้ามันมีเยอะมันก็ไม่ดีน่ะสิเนอะ ไม่เอาดีกว่า less is more)

จุดที่ซื้อของจากเรือก็มีน้อย (เรียกว่าอะไรไม่รู้ ที่มันเป็นบันไดน่ะ) และคนส่วนมากจะนั่งแช่
ไม่ยอมลุก ทำให้ไม่สามารถเบียดเข้าไปซื้อของได้เลย คนซื้อก็ซื้อไม่ได้ คนขายก็ขายได้น้อยด้วย
แต่เราก็เบียดเข้าไปซื้อของกินและหาที่นั่งจนได้ 555



3. ลาที(อัมพวา)
ก่อนจะมาตลาดน้ำ ผมดิ้ด้ามาก... ตื่นเต้นเป็นสุดๆ ว้าวๆๆ ตลาดน้ำที่ใฝ่ฝัน แต่ความรู้สึก...
หลังจากที่ก้าวลงจากเรือแล้ว (ซึ่งเทียบท่าที่สถานีตำรวจ) เหมือนอกหักเล็กๆ เพราะดูสภาพแล้ว
มันก็เหมือนตลาดนัดแถวบ้านเป๊ะ! มีแม่ค้าตั้งรถเข็นขายของและขายอาหารรายเรียงตามถนน
ยาวเหยียดสุดสายตา และแสงแดดตอนสี่โมงกว่าๆมันก็ช่างร้อนแรงเหลือเกิน เหงื่อยไหลซิกๆ
อยากจะเดินหันหลังกลับสุดๆ นึกอยู่ในใจว่าตูจะมาทำไมว้า... แต่ไหนๆก็ไหนๆมาถึงแล้วนี่

เดินไปถึงตรงสะพานเลียบนทีคนก็เริ่มเยอะขึ้น เบียดเสียดเป็นที่สุด แต่เริ่มมองเห็นความเป็น
ตลาดน้ำทีละน้อยๆ เห็นเรือ เห็นแม่ค้า โอ้....พระเจ้าจอร์ช นั่นรึที่เค้าเรียกว่าตลาดน้ำ ...

สุดท้ายนี้ ทริปนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด มีสิ่งดีๆมีเยอะแยะครับที่อาจไม่ได้เขียนถึง
(คงได้เขียนในโอกาสต่อไป) ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นและชวนให้ตื่นตาตื่นใจ ได้กินอะไร
ที่เคยกิน(แต่แตกต่างในรูปแบบ) ได้เที่ยวได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนร่วมงานๆ แค่นี้มันคุ้มแล้ว .
แต่เออ.... คงไม่ไปอีกแล้วล่ะครับไปครั้งเดียวก็พอ ... ลาทีอัมพวา...

.. เสียแต่คนมันเยอะไปหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าแดดร่มลมตกน่าจะเดินเพลินทีเดียว...

 

 

เพื่อไม่ให้โหลดรูปนาน คลิกเพื่อชมรูปใหญ่ ....

 

 

;;แพนด้าญี่ปุ่น

ปล. ยาวจัง ยังไม่ได้ชมหิ่งห้อยเลยนะเนี่ย


entry ภาคก่อน
- ทำไมหิ่งห้อยจึงเกาะต้นลำพู?

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มีโอกาสได้ไป อัมพวาจริงๆ สักที
ก็อาศัยดูผ่านภาพตามเว็บฯ ตามนิตยสารนี่ละครับ

#67 By kitt on 2008-06-23 19:52

น่าไปจัง

อ่านผิดอะ อ่านเป็น "ถนน เลีย บน ที"cry
sad smile ตอนแรกผมอ่านหัวข้อว่า เลีย-บน-ที งงเลยอะไรหว่า 5555+ (ไม่ได้ลามกนะครับ)

#65 By Youloving on 2008-06-23 15:34

รอชมหิ่งห้อย อย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะไม่เอาแพนด้ามาเล่นเป็นหิ่งห้อยอีกนะครับ คราวที่แล้วยังฮาอยู่เลย confused smile

#64 By หนึ่ง on 2008-06-23 12:48

ไอ้แป้น :: เกือบเอาชีวิตรอดกลับมาไม่ได้ อิอิ
อดได้ของฝาก 555

7same :: ใครช่างคิดคำนี้ขี้นมา จะตั้งชื่อว่า "ข้างนที" "ริมนที" ก็ไม่ค่อยเวิร์ค

ป้ามายา :: ใกล้เกลือกินด่าง คนส่วนมากจะเป็นมักจะไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว
เหมือนแพนด้าอยู่ใกล้บางแสน พัทยา แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยว

รูปถ่ายเองครับ ใช้กล้องมือถือถ่าย จึงออกมาสภาพที่เห็น
มีบางรูปที่จิ๊กเพื่อร่วมทริปมาอีกทีครับ แต่ลืมให้เครดิตเลย

พีช :: เดี่ยวนี้อัมพวาเปลี่ยนไปเยอะ ไม่เหมือเดิม
เพราะคนเอยะ ร้านรวงก็เยอะ แพนด้าเคยเห็นรูปอัมพวาในเน็ต
เมื่อก่อนมันไม่เป็นแบบนี้นะ สวยกว่านี้อีก

แรงใจไฟฝัน :: Peaw-weaw :: ครั้งหน้าลองไปอัมพวาดูนะครับbig smile
อยากไปมั่งจังเลยค่ะ
วางแผนไว้ตั้งนานแล้วนะ แต่ไม่ได้ไปซักที
อิอิ

#62 By GoddessIsis on 2008-06-22 22:46

ไปมาเหมือนกันครับ ชอบๆconfused smile